หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

โยคะสำหรับหัวเข่า ช่วยให้หัวเข่าของคุณยืดหยุ่นและแข็งแรง


โยคะสำหรับหัวเข่า
ช่วยให้หัวเข่าของคุณยืดหยุ่นและแข็งแรง



ณัฏฐ์วรดี ศิริกุลภัทรศรี ศันสนีย์ นิรามิษ
(เข้าอ่านบทความของนักเขียนที่นี่)

อ้างอิงข้อมูลจาก ; โยคะสารัตถะ ฉบับเดือนมีนาคม ๒๕๒๒

          เพราะหัวเข่าอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของขาคนเรา จึงมีหน้าที่พยุงตัวและเคลื่อนไหว หัวเข่าประกอบไปด้วยกระดูก, เอ็นยึดระหว่างกระดูกกับกระดูก, เอ็นยึดระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูก และกระดูกอ่อน หัวเข่าเป็นอวัยวะที่รับรู้ความรู้สึกได้ไวและมีความเสี่ยงในการวางตำแหน่ง หากกระดูกและข้อต่อไม่แข็งแรง การบาดเจ็บของหัวเข่าเกิดจากการทำกิจกรรมที่ใช้กำลังอย่างมาก เช่น การเล่นกีฬาต่างๆทำให้เป็นโรคปวดข้อหรือโรคข้อกระดูกอักเสบ ซึ่งเป็นรูปแบบปกติของผู้เป็นโรคข้อต่ออักเสบ อาการบวมอักเสบของข้อต่อ, ตึง, เคล็ดขัดยอก และเอ็นอักเสบเป็นอาการปกติของผู้บาดเจ็บหัวเข่า ซึ่งจะมีอาการบวมและบาดเจ็บของเอ็นกล้ามเนื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บเหล่านี้ ควรจะทำการอบอุ่นร่างกายทั้งก่อนและหลังทำกิจกรรม เพื่อให้กล้ามเนื้อยืดตัวได้ดีระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงคือการมีน้ำหนักตัวหรืออ้วนมากเกินไป สำหรับนักกีฬาแล้วอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าเป็นสาเหตุให้ต้องหยุดเล่น เพราะข้อต่อของการเคลื่อนไหวเป็นส่วนสำคัญในการเล่นกีฬาทุกประเภท มันอาจจะต้องใช้เวลา 3 อาทิตย์ถึง 6 เดือนในการฟื้นฟูก่อนที่หัวเข่าจะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
          การรักษาอาการบาดเจ็บของหัวเข่านั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น บางครั้งอาจใช้แค่ยาผ่อนคลายความปวด, กายภาพบำบัด หรือโปรแกรมออกกำลังกาย ในขณะที่หากอาการบาดเจ็บรุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดหัวเข่าในการรักษา โยคะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาการบาดเจ็บของหัวเข่า ซึ่งมีดังต่อไปนี้
  • อาสนะ - ช่วยในการกลับคืนความยืดหยุ่นของข้อต่อ และทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
  • ท่าฝึกต่างๆ - ถ้าฝึกด้วยความรู้สึกตัวขณะจัดวางตำแหน่งของกระดูกและข้อต่อขาแล้ว จะช่วยให้หัวเข่าแข็งแรงขึ้นและลดอาการบาดเจ็บน้อยลง
          ควรระลึกไว้ว่าการทำกิจกรรมขณะที่บาดเจ็บนั้นไม่ใช่วิธีการบำบัดที่ดี ควรฝึกโยคะระหว่างการฟื้นฟูรักษาเท่านั้น และไม่ควรฝึกขณะที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บ การฝึกโยคะเป็นเพียงแนวทางในการฟื้นฟูและพัฒนาความแข็งแรงให้หัวเข่าของคุณ ผู้มีปัญหาควรปรึกษาแพทย์ก่อนฝึกโยคะ
          ท่าอาสนะต่อไปนี้เป็นท่าที่เหมาะกับหัวเข่า ช่วยให้หัวเข่าแข็งแรงมากขึ้น, ยืดหยุ่นขึ้น และลดแนวโน้มการบาดเจ็บ
ท่าศพ (Savasana)



ท่าศพเป็นท่าผ่อนคลายตามรูปแบบดั้งเดิม และสามารถฝึกก่อนหรือระหว่างที่ฝึกท่าได้เช่นเดียวกับการผ่อนคลายในช่วงสุดท้ายหลังฝึก ท่านี้มองดูแล้วเหมือนจะง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วยากในการฝึก

 ท่านอนหน้าผากจรดหัวเข่า (Pavanamuktasana)


คำว่า Pavanamuktasana มาจากภาษาสันสกฤต คำว่า ‘Pavana' หมายถึง อากาศหรือลม ส่วน ‘Mukta' แปลว่า อิสระหรือปลดปล่อย ท่านี้มีผลสำคัญกับระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะจะช่วยกำจัดแก๊สในช่องท้องด้วย

ท่ายืนเหยียดขาพับตัว (Stand Spread Leg Forward Fold)


การฝึกท่ายืนเหยียดขาพับตัวช่วยเพิ่มกำลังและเหยียดจากกล้ามเนื้อด้านในและด้านหลังของขาและกระดูกสันหลังของคุณ ผู้ที่มีปัญหากับด้านหลังช่วงล่างไม่ควรฝึกแบบเต็มท่า สำหรับผู้เริ่มต้นอาจใช้อุปกรณ์ช่วยเช่นเก้าอี้พับเพื่อรองแขนบริเวณระหว่างข้อศอกกับข้อมือ 

ท่าตรีโกณ (Trikonasana)


ในศาสตร์ของฮินดู สามเหลี่ยมคือสัญลักษณ์ที่มีอำนาจสำหรับพระเจ้า และยังพบบ่อยในยันตราและมันดาลา (The Yantras and Mandalas) ใช้สำหรับการทำสมาธิ

ท่างู (Bhujangasana)
ท่านี้พัฒนาความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลังและเพิ่มกำลังให้กับกล้ามเนื้อแขนและหลัง ยังช่วยบรรเทาการมีประจำเดือนแบบไม่ปกติและอาการท้องผูกอีกด้วย

ท่ายกขาข้างเดียว (Single Leg Raises)


ท่านี้เป็นท่าเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนฝึกท่าอื่น เป็นท่าที่มีประโยชน์แก่ขา, กล้ามเนื้อหลังช่วงล่าง และบริเวณหน้าท้อง การฝึกยกขาข้างเดียวทำได้โดยยกขาข้างเดียวขึ้น ขณะที่ขาอีกข้างคงอยู่บนพื้น

ท่าตั๊กแตน (Salabhasana)


ถ้าท่างูฝึกด้วยการใช้หลังช่วงบนเป็นหลัก จุดมุ่งหมายของท่าตั๊กแตนจะอยู่ที่หลังช่วงล่าง ท่านี้เพิ่มกำลังที่ช่วงท้อง, แขน และขา อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ท่านี้แตกต่างจากท่าอื่นคือการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ท่าผ่อนคลาย
 ขั้นแรกของการฝึกโยคะคือการเรียนรู้การผ่อนคลายของร่างกายและจิตใจ บทความนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าทำไมการผ่อนคลายถึงจำเป็นต่อการฝึกโยคะ และเรียนรู้การฝึกท่าศพและท่าอื่นๆสำหรับฝึกร่างกาย จิตใจ ไปพร้อมกับความรู้สึกที่ผ่อนคลายhttp://portal.in.th/thaiyogainstitute/pages/4485/

ไม่มีความคิดเห็น: